น้องหมาเดินเล่นกับนายรัก โดยไม่รู้เลยว่านี่คือการเดินเล่นครั้งสุดท้ายและปลายทางคือการลาจากตลอดกาล

การต้องเอ่ยคำร่ำลาครั้งสุดท้ายและเผชิญหน้ากับการสูญเสียสัตว์เลี้ยงแสนรักไป เป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดและยากทำใจ ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า แต่ทว่ายากยิ่งกว่าหากเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้ายก่อนที่สัตว์เลี้ยงแสนรักจะเข้าสู่กระบวนการ "การุณยฆาต" (การทําให้ตายโดยปราศจากความเจ็บปวด) หลังจากที่พิจารณาร่วมกับสัตวแพทย์อย่างถี่ถ้วนจนแน่ชัดว่า เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงแสนรักไม่ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานจากโรคร้ายจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต และได้จากไปอย่างสงบ...

.

“เดล ทอมสัน” (Dale Thompson) หนุ่มจากเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ เมื่อต้องกลั้นใจเอ่ยคำร่ำลา “เมอร์ฟี่” (Murphy) น้องหมาสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ อายุ 14 ปีของเขา หลังจากที่เมอร์ฟี่ต้องเผชิญกับโรคมะเร็งร้ายที่กัดกินความสุขมานานหลายปีด้วยหัวใจนักสู้ กระทั่งสุขภาพย่ำแย่อ่อนแอลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตามด้วยรักและผูกพันเดลยังคงปรารถนาให้เมอร์ฟี่อยู่ข้าง ๆ ร่วมแบ่งปันทุกข์และสุขต่อไปอีกนานแสนนาน แต่ทว่าความจริงที่เกิดขึ้นเดลกลับพบว่าทุกลมหายใจของเมอร์ฟี่กำลังทุกข์ทรมานและยิ่งหนักขึ้นทุกวันซึ่งเป็นผลจากมะเร็งร้าย
.

Dale Thompson

.

ช่วงเวลาที่ผ่านมาเดลรับรู้มาตลอดว่าเมอร์ฟี่เจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากแค่ไหนสำหรับความพยายามในการต่อสู้กับมะเร็งร้าย เดลไม่นิ่งนอนใจทุ่มเทอย่างสุดความสามารถสละเวลาและเงินจำนวนมากเพื่อรักษาอาการป่วยของเมอร์ฟี่ แต่ในท้ายที่สุดแล้วเดลก็พบความจริงที่เจ็บปวดว่าโรคมะเร็งที่เมอร์ฟี่กำลังต่อสู้อยู่ไม่มีทางเอาชนะได้! การรักษาจากสัตวแพทย์ทำได้เพียงแค่ประคับประคองอาการเพื่อยื้อเวลาและทำให้รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ทว่ามะเร็งยังคงอยู่ไม่ถูกำจัดทิ้งและจะยิ่งทวีความรุนแรงทำลายสุขภาพของเมอร์ฟี่ให้ย่ำแย่หนักลงเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่สามารถรับมือกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นได้

.

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นทางเลือกสัตวแพทย์ได้เสนอวิธีที่จะช่วยยุติความเจ็บปวดของเมอร์ฟี่ลงด้วยการปล่อยให้เมอร์ฟี่นอนหลับไหลจากไปอย่างสงบ! แทนการดิ้นทุรนทุรายทุกข์ทรมานกับโรคร้ายกระทั่งสิ้นใจตายด้วยการรักษาตามอาการ

.

ทางเลือกเดียวที่จะช่วยทำให้เมอร์ฟี่ไม่ต้องทุกข์ แต่นั่นกลับเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตของเดล เพราะต้องแลกกับความรู้สึกเจ็บปวดและบาดแผลทางใจทั้งชีวิต นี่คือการทำให้น้องหมาสุดรักซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนแท้ที่ร่วมแบ่งปันทุกข์สุขมาตลอดระยะเวลา 14 ปี ต้องหยุดหายใจจากไปตลอดกาล...

.

Dale Thompson

.

“นี่คือภาพความทรงจำครั้งสุดท้ายที่ผมได้ฉลองคริสต์มาสร่วมกับเมอร์ฟี่ หลังจากนั้นโรคมะเร็งร้ายก็ลุกลามไปทั่วทั้งจมูกและบริเวณลำคอของเขา, สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากที่สุดคือการที่ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้รู้สึกดีขึ้นหรือรู้สึกเจ็บปวดน้อยลงก็ตาม ผมทำได้เพียงแค่พยายามให้เขาสัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยทั้งหมดที่ผมมีเพื่อช่วยให้เขามั่นใจว่า ผมจะอยู่ข้าง ๆ เขาตรงนี้เสมอ”

เดลกล่าว

.

Dale Thompson

.

กระทั่งวันที่ยากที่สุดมาถึง... เดลตัดสินใจให้สัตวแพทย์ช่วยทำให้เมอร์ฟี่นอนหลับจากไปอย่างสงบ เพื่อยุติความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานที่กำลังทวีความรุนแรงหนักขึ้น วันนั้นเดลพาเมอร์ฟี่เดินไปโรงพยาบาลสัตว์ เพราะเขาต้องการใช้เวลาช่วงสุดท้ายร่วมกับเมอร์ฟี่ ด้วยกิจกรรมโปรดที่พวกเขาชอบทำด้วยกันมาตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา การเดินเล่นครั้งสุดท้ายทำให้ทุกความทรงจำทั้งทุกข์และสุขที่ทั้งสองมีร่วมกัน ย้อนกลับมาชัดเจนอีกครั้ง แน่นอนว่านั่นทำให้ทุกย่างก้าวของเดลเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ส่วนเมอร์ฟี่ถึงแม้จะรู้สึกป่วยไม่ค่อยสบายตัวนัก แต่สีหน้าของเขาก็แสดงชัดว่ามีความสุขที่ได้ออกมาเดินเล่นนอกบ้านอีกครั้งกับคนที่เขารัก ถึงแม้จะไม่รู้เลยตัวว่า นี่คือการเดินเล่นครั้งสุดท้ายและปลายทางที่รอเขา อยู่คือการนอนหลับไหลจากไปตลอดกาล...

.

ในตอนนั้นเดลรู้สึกเหมือนเวลากำลังเดินเร็วขึ้นอย่างผิดปกติ ทุกอย่างรอบตัวก็ดูไร้ชีวิตชีวา ตัวของเขาเริ่มชา หัวใจเต้นแรงและเร็วเต็มไปด้วยความรู้สึกกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า  สายตาของเดลไม่สามารถละไปจากเมอร์ฟี่ได้เลย เขาพยายามจดจำทุกรายละเอียดของเมอร์ฟี่เอาไว้ 

.

หัวใจของเดลราวกับกำลังร้าวและค่อย ๆ หลุดออกทีละชิ้นจวนจะแตกสลาย ขณะที่พระอาทิตย์ที่กำลังสาดแสงอยู่ก็คล้ายรับรู้ความโศกเศร้าและความกลัวภายในใจของเดล จึงเริ่มคล้อยลับซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังหมู่เมฆ จนท้องฟ้าที่เคยสดใสมืดหม่นลงราวกำลังจะมีพายุฝน เดลปรารถนาให้ทางเดินเส้นนี้ทอดยาวออกไปให้ไกลกว่านี้ เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาอยู่กับเมอร์ฟี่นานขึ้นอีกสักหน่อย แต่ก็เป็นไปไม่ได้เมื่อปลายทางกำลังใกล้เข้ามาในทุก ๆ ย่างก้าว

.

Dale Thompson

.
"เมอร์ฟี่ค่อย ๆ เดินย่างก้าวมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลสัตว์ และนั่นคือการเดินเล่นครั้งสุดท้ายของเขา เมอร์ฟี่ก้าวเข้าไปในโรงพยาบาลสัตว์อย่างสมศักดิ์ศรีและมีเกียรติ เหมือนกับตอนที่เขาหลับไหลจากไปตลอดกาลพร้อมกับความสง่างามและความสุข, สู่สุคตินะเพื่อนรัก"
เดลกล่าว
.

ในที่สุดช่วงเวลาที่ยากลำบากก็มาถึง! เมอร์ฟี่จากเดลไปตลอดกาล...
.

Dale Thompson

.

“ในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป ผมไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้เลย ผมปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ขณะที่เมอร์ฟี่ก็พยายามจะลุกขึ้นมาปลอบใจผม แต่ผมก็ไม่อาจจะสื่อสารบอกให้เขาเข้าใจได้เลยว่า ผมเสียใจมากแค่ไหนที่ต้องตัดสินใจทำแบบนี้กับเขา มันเจ็บปวดเหลือเกิน ผมไม่ได้ทำร้ายแต่กำลังพยายามจะช่วยเขาจากความทุกข์ทรมาน”

เดลกล่าวเสริม

.

Dale Thompson

.

“หลังจากที่เมอร์ฟี่ได้จากไปแล้ว ผมก็กลับมานึกย้อนถึงช่วงวันดี ๆ ในอดีตตอนที่ผมเคยปฏิเสธเมอร์ฟี่ รู้สึกโกรธหรือมีเวลาให้เขาไม่มากพอ มันก็ทำให้ผมยิ่งรู้สึกเสียใจหนัก ผมรู้สึกผิดมากที่ไม่พยายามใช้เวลาที่มีเพื่อทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากที่สุด”

เดลกล่าว

.

Dale Thompson

.

การสูญเสียครั้งนี้ทำให้เดลต้องเผชิญกับความรู้สึกโศกเศร้าและหัวใจที่ว่างเปล่า เขาเผยแพร่เรื่องราวที่น่าเศร้าของเมอร์ฟี่ลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ก่อนที่เรื่องราวดังกล่าวจะทำให้ผู้คนอีกมากร้องไห้เสียน้ำตาและตระหนักว่าควรใช้เวลาที่มีสร้างความสุขให้กับเหล่าน้องหมาที่รัก
.

Dale Thompson

.

“นายรู้ไหมว่าฉันยอมเป็นมะเร็งแทนนายได้เลย ถ้าหากมันทำได้จริงๆ นายเป็นน้องหมาที่ผิดปกติมากรู้ไหมเพราะไม่เพียงแค่นายจะรักสัตวแพทย์แล้ว แต่นายก็ยังสนุกกับการถูกฉีดยาด้วย”

.

“สิ่งที่นายทำในช่วงวินาทีสุดท้ายของชีวิตก่อนจะหมดลมหายใจคือการพยายามหยุดฉันไม่ให้ร้องไห้  ฉันไม่รู้ว่านายจะเข้าใจมั้ยในตอนที่ฉันบอกให้นายไปรอบนฟ้า แล้ววันหนึ่งฉันจะตามนายไป”

.

นี่คือสิ่งที่เดลเอ่ยบอกเมอร์ฟี่น้องหมาสุดที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งถ้อยคำที่ลึกซึ้งนี้ก็ได้ทำให้ผู้ใช้งานบนโลกออนไลน์จำนวนมากต่างสัมผัสได้ถึงความรักมากมายที่เดลมอบให้เพื่อนสี่ขาที่แสนดี พร้อม ๆ กับความรู้สึกเจ็บปวดและหัวใจที่แตกสลาย

.

ผู้ใช้งานหลายคนรู้สึกเป็นห่วงและเห็นใจจึงส่งข้อความมากมายถึงเดล เพื่อหวังปลอบโยนและเป็นกำลังใจให้เขา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากเพราะเดลรับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีและความห่วงใย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยรู้จักผู้คนเหล่านั้นมาก่อน เขาขอบคุณและหวังว่าจะเข้มแข็งขึ้นได้ในเร็ววัน...

.

ตอนนี้เมอร์ฟี่คงจะกำลังวิ่งเล่นรออยู่บนฟ้าอย่างที่เดลบอก บนนั้นเขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป แน่นอนเขาจะเฝ้ามองและส่งกำลังใจมาให้เดลเสมอ เพื่อให้คนที่เขารักสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้และมีความสุขกับชีวิตที่เหลือได้อีกครั้งโดยปราศจากเขาข้างกายเหมือนก่อน...

.

เมอร์ฟี่คงจะมีความสุขมากกว่าหากได้เห็นคนที่เขารักมีความสุขและจดจำเขาในฐานะความทรงจำที่ดีที่สุดตลอดไป... 

.

ด็อกคลิปขอแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้กับเดล รวมถึงชาวด็อกคลิปที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นเดียวกับเดลด้วยนะครับ ขอให้ทุกคนเข้มแข็งและสามารถก้าวผ่านไปได้ ด็อกคลิปอยากจะบอกว่าน้องหมาที่รักไม่ได้จากไปไหน แต่จะอยู่ในความทรงจำที่งดงามตลอดไปตราบใดที่เรายังคิดถึงพวกเขา

.
เรื่องราวของเดลและเมอร์ฟี่กำลังเตือนสติบรรดานายรักของเหล่าน้องหมาว่า ควรหมั่นเติมความรัก ใส่ใจและสร้างความสุขขณะที่น้องหมายังมีลมหายใจอยู่ให้มาก ๆ เพราะช่วงชีวิตของพวกเขาสั้นกว่ามนุษย์มากหลายเท่า หากถึงเวลาที่ต้องเอ่ยคำร่ำลาจะได้รู้สึกเสียใจน้อยลงและไม่ต้องรู้สึกเสียดายเวลาที่เคยมี...
.

Dale Thompson

.

รับชมคลิป

.

.

.

 

.
ช่วยกดไลก์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ Dog’s Clip ด้วยนะครับ
หากมีประสบการณ์ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจของเหล่าเพื่อนสัตว์
อย่าลืมส่งมาแบ่งปันด็อกคลิปนะครับ เรื่องราวของคุณอาจสร้างแรงบันดาลใจ
หรือช่วยให้เหล่าเพื่อนสัตว์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
กดเพื่อเข้าร่วมกลุ่มด็อกคลิป , กดเพื่อส่งเรื่องราวของคุณ หรือติดแฮชแท็ก #dogsclip 

..................................................................
บทความโดย dogsclip.com

“บทความถูกรวบรวมและเรียบเรียงขึ้นใหม่ด้วยสำนวนของด็อกคลิป บทความมีลิขสิทธิ์ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก และ หรือ ดัดแปลงนำไปเผยแพร่ต่อเพื่อสร้างรายได้ก่อนได้รับอนุญาต”

.

.